Filed under: ไม่มีหมวดหมู่
https://www.facebook.com/kohyaoproject/?fref=ts
Filed under: ไม่มีหมวดหมู่
vdo sketch แบบจำลองโรงพยาบาลใหม่ ขอบคุณน้องชิน ผู้ทำแบบจำลองสามมิติและวีดีโอชิ้นนี้ึครับ
Filed under: ไม่มีหมวดหมู่
sold
กรุณาคลิกที่ภาพเพื่อขยาย
ติดต่อ 076-258254 | 089-6524223

*profit from selling the works will be donated to buid a hospital in Koh Yao island
http://kohyaoproject.com/
(รายได้มอบให้โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลที่เกาะยาวใหญ่ จังหวัดพังงา)
โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลโดยการออกแบบแบบมีส่วนร่วมที่เกาะยาว
คือการพัฒนาศูนยืแพทย์ชุมชนบนเกาะที่มีอยู่เดิม บนเกาะยาวใหญ่ เกาะกลางทะเลอันดามัน มีประชากรอาศัยอยู่ 10000 คน
เดิม มีสถานีอนามัยตำบลพรุใน ให้การดูแลผู้ป่วย ต่อมามีแพทย์อยุ่ประจำ เมื่อ 8 ปีก่อน ได้ปรับเปลี่ยนเป็นศูนย์แพทย์ชุมชนและต่อมาในปีนี้
ชุมชนได้ร่วม ระดมทุนเพื่อก่อสร้างอาคารเรือนพักผู้ป่วย เพื่อให้สามารถดูแลผุ้ป่วยได้มากขึ้น โดยทำการออกแบบร่วมกับสถาปนิกอาสา กลุ่ม CROSSs โดยเน้นออกแบบอย่างมีส่วนร่วมของชุมชน โดยมีความมุ่งหวังให้เป็นโรงพยาบาลเล็กๆที่สร้างโดยชุมชน
อบอุ่นและเหมาะสมกับวิถีชีวิตวัฒนธรรมของชุมชน
Filed under: ไม่มีหมวดหมู่
งานแสดงศิลปะสื่อผสม ของศิลปิน ต่อลาภ ลาภเจิรญสุข
Place it There – วางอยู่ตรงนั้น
(รายได้มอบให้โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลที่เกาะยาวใหญ่ จังหวัดพังงา)
2-31 กรกฎาคม 2553
artist talk + งานเปิด 2 กรกฎาคม 2553 19.00 น
แสดงที่ bookhemian art space ร้านหนัง(สือ)๒๕๒๑
เลขที่ 61 ถนนถลาง เมืือง ภูเก็ต http://room2521.com
เกี่ยวกับศิลปิน
ต่อลาภ ลาภเจริญสุข
เกิดวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2520 ที่จังหวัดอยุธยา ต่อมาเข้ามาศึกษาต่อที่กรุงเทพ ที่วิทยาลัยช่างศิลป์ และจบการศึกษาปริญญาตรีจากคณะวิจิตรศิลป์ มช หลังจากนั้นได้อาศัยและทำงานศิลปะที่เชียงใหม่มาโดยตลอด
นอกจากนี้ ต่อลาภยังได้สร้าง see scape art space ซึ่งพื้นที่ศิลปะอิสระที่ประกอบไปด้วยพื้นที่แสดงงาน, hern shop และ artist studio
ผลงานล่าสุดในปี 2010 ต่อลาภได้ทำ 3147966 cm3 mobile gallery เพื่อเป็นพื้นที่แสดงศิลปะและสุนทรียะตามที่ต่างๆ
ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.hern-art.blogspot.com , http://www.seescapechiangmai.blogspot.com
โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลโดยการออกแบบแบบมีส่วนร่วมที่เกาะยาว
คือการพัฒนาศูนยืแพทย์ชุมชนบนเกาะที่มีอยู่เดิม บนเกาะยาวใหญ่ เกาะกลางทะเลอันดามัน มีประชากรอาศัยอยู่ 10000 คน
เดิมมีสถานีอนามัยตำบลพรุใน ให้การดูแลผู้ป่วย ต่อมามีแพทย์อยุ่ประจำ เมื่อ 8 ปีก่อน ได้ปรับเปลี่ยนเป็นศูนย์แพทย์ชุมชนและต่อมาในปีนี้
ชุมชนได้ร่วมระดมทุนเพื่อก่อสร้างอาคารเรือนพักผู้ป่วย เพื่อให้สามารถดูแลผุ้ป่วยได้มากขึ้น โดยทำการออกแบบร่วมกับสถาปนิกอาสา กลุ่ม CROSSs โดยเน้นออกแบบอย่างมีส่วนร่วมของชุมชน โดยมีความมุ่งหวังให้เป็นโรงพยาบาลเล็กๆที่สร้างโดยชุมชน
อบอุ่นและเหมาะสมกับวิถีชีวิตวัฒนธรรมของชุมชน
Filed under: 1
จุดเริ่มมาจากที่ชาวเกาะยาวต้องการสร้างเรือนพักผู้ป่วยแทนอาคารหลังเดิมซึ่งคับแคบและทรุดโทรม เพราะมันมาดัดแปลงเป็นอาคารหลังเก่าแก่อายุสามสิบปีที่เคยเป็น office มาก่อน ดังนั้นสถานที่จึงคับแคบและไม่ตอบสนองต่อการใช้งาน ถ้าเราสนใจเรื่องการเยียวยา นอกเหนือไปจากปัจจัยทางด้านร่างกาย จะรู้ว่ากระบวนการเยียวยาจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากเราไม่คำนึงถึงปัจจัยด้านสุขภาพอื่นๆทางด้านจิตใจ ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมรวมถึงมิติทางด้านจิตวิญญาณ ผมเคยเป็นนักเรียนแพทย์ในโรงพยาบาลใหญ่โตทว่าหดหู่ แม้ว่าคนไข้จะหายจากโรคแต่เขาไม่มีความสุขเลย กระทั่งหมอพยาบาลเองก็คงไม่มีความสุขนักในสภาพแวดล้อมแบบนั้น เวลาเราได้มีโอกาสอยู่ในโรงพยาบาลเล็กๆในชนบท ทำอย่างไรถึงจะขจัดภาพเหล่านั้นออกไปได้ เรามีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงมัน แต่ด้วยงบประมาณอันจำกัด ทำให้เราต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ชาวบ้านช่วยกันจัดงานการกุศลตลอดหลายปีที่ผ่านมา เพื่อหาเงินมาให้โรงพยาบาลด้วยตัวของเขาเอง ก่อสร้างต่อเติมไปทีละห้อง จนสถานีอนามัยบนเกาะกลายเป็นโรงพยาบาลที่เล็กที่สุด เป็นสิ่งที่เล็กแต่งดงาม
ในปีนี้เราจะช่วยกันทำสิ่งที่ยากที่สุดในโรงพยาบาลคือทำอาคารเรือนพักผู้ป่วยหลังนี้ เพราะต้องใช้งบประมาณมากขึ้นหลายเท่า
จากการเรียนรู้ที่ผ่านมาจากชีวิตจริงในชุมชน เราต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าการออกแบบโรงพยาบาลแบบเดิมๆนั้นไม่อาจทำให้กระบวนการเยียวยาให้เกิดขึ้นได้ และมันค่อนข้างไม่เหมาะสมกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของคนในชนบท เพราะเราออกแบบตามมาตรฐานการแพทย์แบบตะวันตก ผลก็เป็นอย่างที่เห็นกันในโรงพยาบาลรัฐบาลทั่วไป ใครไม่ป่วยเข้าไปแล้วก็ป่วย เราลืมไปว่าวิถีแบบเอเชียคือการที่เรามีญาติเป็นจำนวนมากที่มาเฝ้าไข้ เราจึงเห็นญาติคนไข้ผลัดเปลี่ยนกันมานอนใต้เตียงในโรงพยาบาลรัฐบาล เราต้องการตายอย่างสงบและมีญาติพร้อมหน้าพร้อมตา เรามีพิธีกรรมทางศาสนาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตตั้งแต่เกิดจนถึงตาย เรามีพิธีรับขวัญเด็กเกิดใหม่ แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นในโรงพยาบาลเพราะเราไม่เคยออกแบบพื้นที่ไว้รองรับ และเราต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า การแพทย์แบบตะวันตกนั้นได้กันผู้คนจำนวนมากให้ออกไปจากโรงพยาบาล เช่นแพทย์พื้นบ้าน ผู้นำศาสนาที่ผู้ป่วยศรัธทา หรือแม้กระทั่งหมอตำแย คนเหล่านี้ในอดีตคือมิติทางด้านจิตวิญญาณ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องงมงายแต่เป็นเรื่องของระบบความสัมพันธ์ในชุมชน และสิ่งเหล่านี้เองมีผลอย่างมากที่เอื้อให้กระบวนการเยียวยาเกิดขึ้นได้ ตอนนี้มุมมองวิธีคิดด้านการแพทย์เปลี่ยนแปลงไปแล้ว เราดูแลอย่างเป็นองค์รวมมากขึ้นทั้งร่างกาย จิตใจ รวมถึงด้านสังคมเพราะความเจ็บป่วยเกิดขึ้นจากปัจจัยด้านจิตใจและสังคมด้วย เวลาคนไข้มาโรงพยาบาลเรายังต้องดูไปพร้อมกันทั้งครอบครัว เรามีสิ่งที่เรียกว่าแฟ้มครอบครัว จะบันทึกข้อมูลสุขภาพของทุกคนในบ้าน เราดูได้ว่าภรรยาของเขาเพิ่งคลอดลูก แม่เขาเป็นเบาหวาน เดือนที่แล้วยังไม่ได้มารับยา ลูกคนโตยังไม่ได้มาฉีดวัคซีน บรรยากาศของการรักษาจะเต็มไปด้วยการพูดคุย ทำให้ทุกคนในครอบครัวมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพซึ่งกันและกัน ถ้าเป็นโรคที่ต้องส่งต่อไปยังที่ที่มีศักยภาพสูงกว่า เราจะจะประสานงานให้ผู้้ป่วยเข้าถึงได้รวดเร็ว เร็วเพราะเราได้คัดกรองไปแล้วโทรติดต่อประสานงาน หรือบางโรคที่อยู่ในระยะสุดท้าย โรงพยาบาลใหญ่ๆ หมดทางรักษาแล้วก็จะส่งกลับมาให้เราดูแลต่อในชุมชน นี่คือข้อดีของการที่เราอยู่ในชุมชน เป็นด่านแรกในระบบสุขภาพที่คนจะมาหาเรา คุณอาจคิดว่าหมออยู่ตามบ้านนอกนั้นไม่เก่ง แต่ว่านั่นคือคนละบทบาทหน้าที่ อยู่ในชุมชนเราเน้นการสร้างสุขภาพมากกว่าซ่อมสุขภาพ ไม่อย่างนั้นแล้วจะมีผู้คนจำนวนมากไปแออัดอยู่ในโรงพยาบาลใหญ่ๆ ภาพแห่งความหดหู่ไม่มีวันหายไป ทุกคนก็เป็นทุกข์กันเหมือนเดิม เวลานี้โจทย์ของเราอย่างหนึ่งคือว่าทำอย่างไรให้กระบวนการสร้างสุขภาพเกิดขึ้นในทุกกระบวนการ คนเราจะเปลี่ยนแปลงได้ถ้ามีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน นี่คือการจัดการความรู้ เช่นเวลาญาติมาเยี่ยมคนไข้ทุกคนควรต้องได้รับการชั่งน้ำหนักวัดส่วนสูง ง่ายๆแค่นี้แต่เราบอกว่าตอนนี้คุณอ้วนเกินไปแล้วนะ กินอาหารอะไรบ้าง ถ้าเรามีห้องครัวที่เอ้ือ มีสวนสมุนไพรมีสวนครัวในโรงพยาบาล ญาติทำอาหารให้พวกเขากินกัน ตรงนี้เราก็พูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้ หรือว่าญาติมาเยี่ยมแล้วอยู่ว่างๆ ลองเข้าห้องอบสมุนไพรไหม ช่วยกันก่อฟืนนะ เราต้องทำให้ภาพอย่างนี้มันเกิดขึ้น ถามว่าทำอย่างไรอาคารเรือนพักผู้ป่วยหลังนี้จะเกิดขึ้นได้
แน่นอนเราต้องดูข้อด้อยของเรา ข้อด้อยของเราคืออะไร คือการออกแบบตามๆกันไปโดยใช้แบบแปลนชุดเดียว เวลาออกแบบก็ไม่ได้มาถามคนไข้ว่า ตึกแบบนี้เตียงแบบนี้ เราชอบหรือเปล่า บางที่อาจอยากได้ห้องสวดมนต์ ห้องละหมาด แต่เราไม่เคยถาม
คนไข้รู้สึกยังไง อบอุ่นแค่ไหนที่อยู่ในห้องสีเหลี่ยมขาวๆแข็งๆแบบนี้ นอนบนเตียงสูงๆที่มีราวเหล็กกั้น แล้วญาติก็ต้องนอนอัดกันอยู่ใต้เตียง ความสำคัญของการออกแบบอยู่ที่นี่ครับ อยู่ที่การออกแบบที่ดีช่วยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนไข้กับหมอ ผมเคยมีประสบการณ์ ยืนตรวจคนไข้บนเตียงที่โรงพยาบาล กับไปนั่งลงตรวจคนไข้ที่นอนอยู่บนฟากที่บ้าน ต่างกันแค่นี้เองแต่ความรู้สึกมันต่างกันมาก รู้สึกใกล้ชิด การนั่งเสมอกับญาติอะไรต่างๆ พวกนี้ทำให้บรรยากาศในการรักษาต่างกันเยอะ การออกแบบนี้จะเกิดขึ้นได้ถ้าเราได้ไปซักถามกับชาวบ้านจริงๆ พูดคุยกับพวกเขาอย่างเคารพในภูมิปัญญา แล้วเราจะเห็นมิติที่ลึกมากขึ้น โครงการนี้ผมชวนกลุ่มสถาปนิกที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องการจัดกระบวนการพวกนี้ให้เกิดขึ้น คุณชวณัฐ ล้วนเส็ง เคยทำงานแบบนี้ที่เกาะมุกด์ หรือโครงการอนุรักษ์ตลาดสามชุก แรกเริ่มเรามีโอกาสได้แลกเปลี่ยนกัน และคุณชวณัฐก็ชักชวนเพื่อนๆสถาปิกที่มีแนวคิดคล้ายๆกัน ที่อยากจะเปลี่ยงแปลงอะไรบางอย่างแบบที่ผมเล่าให้ฟังลองมานั่งคุยกัน จนตอนหลังพวกเขาจัดประชุมหารือที่คณะสถาปัตย์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ให้ผมไปนำเสนอความเป็นมาเป็นไป แล้วลองดูว่าใครว่างตอนไหนจะมาช่วยในขั้นตอนไหนได้บ้าง การประชุมวันนั้นคนที่มาร่่วมมีทั้งสถาปนิก นักศึกษา ศิลปินเกือบๆ สามสิบคนพวกเขาก็คุยกันว่าจะหาอาสาสมัครลงมาที่เกาะยาว ในวัันที่ชาวบ้านจัดงานการกุศลเพื่อหาทุนสร้างอาคารนั้นเอง นี่เป็นครั้งแรกที่นักออกแบบได้ลงพื้นที่ มาพบปะพูดคุยกับชาวบ้าน ลองมาวางแผนผังกับชาวบ้าน สัมภาษณ์หมอสมุนไพร บางคนก็ออกไปสำรวจสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น ดังนั้นหลักการของการออกแบบไม่ได้มีอะไรมากกว่าการเปิดพื้นที่ให้กับชาวบ้านมามีส่วนร่วมในการออกแบบนั่นเอง ชาวบ้านจะมีส่วนร่วมในขั้นตอนแรกๆนี้ไปจนถึงการปรับปรุงแบบ พวกเขามีสิทธิเลือกแบบที่เขาต้องการจริงๆ จนกระทั่งมีส่วนร่วมในการก่อสร้าง และที่สำคัญกว่านั้นและจะเป็นผลที่เราต้องการคือชาวบ้านจะเป็นคนกำหนดรูปแบบกิจกรรมและการใช้พื้นที่ทั้งหมดของโรงพยาบาล ทั้งกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพที่เราคาดหวัง การเยียวยารักษาที่เข้ากับวีถีชีวิตและวัฒนธรรมของเขาก็จะเกิดขึ้น
ตอนนี้โครงการนี้อยู่ในขั้นตอนการนำข้อมูลทั้งหมดจากชุมชนขึ้นไปสู่การออกแบบ โดยสถาปัตยกรรมและภูมิทัศน์ใหม่ที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ก็จะมีเรือนนวดแผนไทย ลานชุมชน สวนสมุนไพร โรงครัวและสวนครัวและที่สำคัญคือเรือนพักผู้ป่วยจำนวนสิบเตียง มีการปรับปรุงอาคารเดิมและภูมิสถาปัตย์เพื่อให้บรรยากาศทั้งหมดนี้เป็นเนื้อเดียวกัน ทีมออกแบบจะลงมาที่เกาะยาวอีกครั้งในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้เพื่อนำแบบจำลองทั้งหมดมาจัดนิทรรศการ แลกเปลี่ยนความเห็นกับชาวบ้าน โดยรูปธรรมแล้วในที่สุดเราก็จะแบบของเรือนพักที่เหมาะสม ไม่สำคัญว่าชาวบ้านจะหาเงินทุนในการก่อสร้างมาได้เท่าไร (ขณะนี้ยอดเงินจากการจัดงานการกุศลที่เกาะยาว วันที่ 9-10 ตุลาคมที่ผ่านมาคือหนึ่งแสนบาท) เราคงต้องหาผู้สนับสนุนจากภายนอกด้วย เมื่อได้แบบแปลนแล้วผมกับชาวบ้านก็จะนำแบบแปลนนี้ไปขอสนับสนุนจากภายนอกด้วย อยากไปเล่าให้ฟังว่าเราทำอะไรมาบ้าง กระบวนการเหล่านี้มีความงดงามอย่างไร ผมอยากให้จุดนี้เป็นจุดเริ่มในการเปลี่ยนแปลง เพราะที่สำคัญกระบวนการได้ทำให้สิ่งที่มองไม่เห็นเกิดขึ้นมากมาย ทุกคนจะได้เรียนรู้ไปด้วยกันกับชาวบ้านทั้งเจ้าหน้าที่ทางสาธารณสุข ทีมสถาปนิกและผู้สนับสนุนทั้งหลาย นี่คือโอกาสแห่งความเป็นไปได้ พลังแห่งการบวกเพิ่มและร่วมมือกันก็จะปรากฏขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริง คุณๆทุกๆคนก็มีส่วนร่วมกับโครงการนี้ได้นะครับ
(คัดจากนิตยสาร Jibjib นิตยสารแจกฟรีบนสายการบิน ที่สัมภาษณ์ นพ.มารุต ถึงที่มาที่ไปของโครงการนี้ครับ)
รายละเอียดโครงการ
โครงการก่อสร้างเรือนพักผู้ป่วยใน โดยชุมชนมีส่วนร่วมในการออกแบบ
Participated Design for Inpatient ward
สู่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลต้นแบบ
“สถาปัตยกรรมและภูมิทัศน์ใหม่ที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่็จะมีเรือนนวดแผนไทย ลานชุมชน สวนสมุนไพร ห้องอบไอน้ำสมุนไพร โรงครัว สวนครัวและที่สำคัญคือเรือนพักผู้ป่วยจำนวนสิบเตียง ผู้ป่วยจะได้นอนพักรักษาในเรือนพักที่อบอุ่น แวดล้อมด้วยญาติมิตร สอดคล้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรม ตั้งแต่วัฒนธรรมการคลอดจนถึงการเสียชีวิต มีห้องพักพิเศษสำหรับผู้ป่วยระยะสุดท้าย มีห้องครัวเปิดสำหรับการเรียนรู้เรื่องอาหารสุขภาพ
ทั้งหมดนี้ี่คือการผสานภูมิปัญญาของชุมชนเข้ากับการเยียวยาและการส่งเสริมสุขภาพ”
ความเป็นมาของโครงการ : เมื่อความต้องการของชุมชนมาบรรจบกับแนวคิดเวชศาสตร์ครอบครัว
จุดกำเนิดจากความยากลำบากในการเข้าถึงบริการของชุมชน
เกาะยาวใหญ่ เป็นเกาะในทะเลอันดามัน ในเขตอำเภอเกาะยาวซึ่งประกอบด้วยเกาะสองเกาะ คือเกาะยาวน้อย และเกาะยาวใหญ่ ระยะทาง 1 ชั่วโมงโดยเรือจากฝั่งที่ภูเก็ต กระบี่ หรือพังงา
เกาะยาวน้อย มีชุมชนตำบลเกาะยาวน้อยประชากร 4000 คน และเป็นที่ตั้งของศูนย์ราชการต่างๆ เช่นที่ว่าการอำเภอ โรงเรียนและโรงพยาบาลเกาะยาวชัยพัฒน์ ซึ่งได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา และมูลนิธิชัยพัฒนาในการก่อสร้างโรงพยาบาลใหม่ ขยายขนาดจาก 10 เตียงเป็น 30 เตียง
ในอีกสองชุมชนใหญ่คือตำบลพรุใน และตำบลเกาะยาวใหญ่ มีประชากรราว 10,000 คน รวมกันอยู่ที่เกาะยาวใหญ่ ด้านใต้ของเกาะยาวน้อย มีสถานีอนามัย 3 แห่งคือสถานีอนามัยเกาะยาวใหญ่ สถานีอนามัยโล๊ะโป๊ะ และสถานีอนามัยตำบลพรุใน ซึ่งในปัจจุบันคือ ศูนย์แพทย์ชุมชนพรุใน ซึ่งมีแพทย์อยู่ประจำต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2546 เพื่อแก้ไขปัญหาการเข้าถึงบริการสาธารณสุขให้กับชุมชน ทั้งสามแห่งนี้รวมเป็นเครือข่ายสุขภาพเกาะยาว มีแพทย์หนึ่งคนดูแล
ศูนย์แพทย์ชุมชนพรุใน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากชุมชน ทุกๆปี ซึ่งเป็นเวลาหลายปีติดต่อกัน ชาวชุมชนจะจัดงานการกุศลเพื่อหารายได้สมทบทุนเพื่อก่อสร้างต่อเติมสถานีอนามัย เช่นสามารถสร้างห้องคลอด ห้องฉุกเฉิน ห้องย า ห้องตรวจวินิจฉัยโรค และปรับปรุงอาคารหลังเก่าแก่อายุ 30 ปี เป็นเรือนพักผู้ป่วยขนาด 5 เตียง จนศูนย์แพทย์ชุมชนพรุใน ได้ชื่อว่าเป็นโรงพยาบาลขนาดเล็กที่สุดในประเทศไทย แม้ด้วยเงินทุนอันจำกัดและอุปสรรคความล่าช้านานา นี่คือน้ำพักน้ำแรงของชาวชุมชนและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เป็นความภาคภูมิใจที่ก่อร่างสร้างมาด้วยกันตลอดเกือบ 8 ปีที่ผ่านมา ในขณะนี้ ชาวชุมชนกำลังจะสร้างเรือนพักผู้ป่วยขึ้นมาใหม่ โดยมีแนวความคิดว่าอาคารหลังใหม่นี้จะเป็นเรือนพักที่เหมาะสม สอดคล้องกับวิถีชีวิตวัฒนธรรมของชุมชน แทนหลังเดิมซึ่งชำรุดทรุดโทรม แออัดคับแคบ และมีลักษณะที่ไม่เหมาะสมเนื่องจากของเดิมนั้นปรับปรุงมาจากอาคารที่ทำการ ไม่่สามารถรองรับการให้บริการได้ เนื่องจากความจำกัดของสภาพอาคารแต่ต้องรองรับเตียงผู้ป่วยถึงห้าเตียงในห้องเดียวกัน ได้จัดงานการกุศลเพื่อระดมทุนวันที่ 9-10 ตุลาคม 2552
มีเงินในกองทุนก่อสร้างอาคารผู้ป่วยในแล้ว 150,000 บาท
แนวคิดเวชศาสตร์ครอบครัวกับการออกแบบเรือนพักผู้ป่วย
เวชศาสตร์ครอบครัวคือการแพทย์ซึ่งเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ทางการแพทย์
จากเดิมที่เป็นแนวคิดแบบชีวภาพการแพทย์ (Biomedical Model-รักษาโรค) มาเป็นแนวคิดเชิงชีวภาพ-จิต-สังคม (Bio-psycho-social Model -รักษาคนทั้งคนอย่างเป็นองค์รวม) กระบวนทัศน์ใหม่ทางการแพทย์กล่าวถึงทัศนะที่เกี่ยวข้องกับโรคว่า โรคไม่ สามารถแยกจากคน หรือแยกคนจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวเขา ความเจ็บป่วยทุกชนิดมีองค์ประกอบทั้งร่างกายและจิตใจ รวมทั้งมีสาเหตุหลายอย่างร่วมกัน
ปัจจุบันขอบเขตของ จิต-สังคมได้ขยายออกไปกว้างมากขึ้น ครอบคลุมอารมณ์ จิตวิญญาณ สังคม วัฒนธรรม ของบุคคล ครอบครัว และชุมชน ที่เกี่ยวข้องกับการรักษา ป้องกัน และสร้างสุขภาพ และขยายการดูแลความเจ็บป่วยจากบุคคลไปยังครอบครัวรวมถึงชุมชนด้วย
ดังนั้นกระบวนการเยียวยารักษาในกระบวนทัศน์ใหม่ทางการแพทย์นี้ จะคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อความเจ็บป่วย รวมถึงมีผลต่อการรักษาด้วย กระบวนการรักษาเยียวยาควรต้องคล้องประสานไปกับวิถีชีวิต ศาสนาและวัฒนธรรมของชุมชน ส่งเสริมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เมื่อผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในเรือนพักผู้ป่วย
การออกแบบต้องเปิดพื้นที่ให้กับการดูแลอย่างเป็นองค์รวม ทั้งด้านอารมณ์ซึ่งควรผ่อนคลายและอบอุ่น เปิดโอกาสให้ครอบครัวเข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาเยียวยา ทางด้านจิตวิญญาน ผู้ป่วยและครอบครัวสามารถประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตามความศรัทธาของผู้ป่วย คำนึงถึงวัฒนธรรมชุมชน เช่นวัฒนธรรมการเกิดจนถึงการตาย และนำเอาภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของชุมชนมาประยุกต์เข้ากับการส่งเสริมสุขภาพของผู้ป่วยและครอบครัวด้วย เช่น ภูมิปัญญาด้านสมุนไพร การอบไอน้ำสมุนไพร การออกแบบเรือนพักที่เหมาะสมจะสามารถเอื้อให้เกิดกิจกรรมและความสัมพันธ์ใหม่
ให้เกิดขึ้นในกระบวนการเยียวยา เช่นความสัมพันธ์ระหว่างผู้ป่วย,ครอบครัวผู้ป่วยกับบุคลากรทางการแพทย์ ระหว่างผู้ป่วยกับชุมชน
กระบวนการการออกแบบแบบมีส่วนร่วม
การออกแบบอย่างมีส่วนร่วมนั้นเริ่มต้นจากการเรียนรู้จากสภาพการใช้งานเดิมและปัญหาที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน พร้อมทั้งแนวคิดในการปรับปรุงใหม่ ให้มีการใช้งานโรงพยาบาลที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต โดยกระบวนการออกแบบทำให้ชุมชนและโรงพยาบาลมีความชัดเจนในการใช้งานร่วมกัน เพื่อกำหนดรูปแบบ กิจกรรมหรือความสัมพันธ์ที่จะเกิดขึ้นใหม่ โดยมีหลักการคือ ผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง และคืนความเป็นเจ้าของสู่ชุมชนโดยสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของผ่านกระบวนการสำรวจความคิดเห็น ซึ่งนอกจากความต้องการทางแพทยศาสตร์และการออกแบบสถาปัตยกรรมแล้ว ยังให้ความสำคัญถึงด้านมนุษยวิทยา สังคมวิทยาอีกด้วย
ค่าประมาณงานก่อสร้าง
งานสถาปัตย์และงานโครงสร้าง 10,024,900
งานระบบสำหรับโรงพยาบาล 3,000,000
contengency cost 15 % 1,500,000
รวมประมาณการก่อสร้าง 14,524,900
Filed under: 1
หมายเหตุ นิตยสารสื่อสังคมอย่าง BE magazine ได้ชวนผม (มารุต) ให้เขียนบทความแนะนำโครงการออกแบบที่เกาะยาว เพื่อประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ให้การสนับสนุนต่างๆ ขอขอบคุณ บรรณาธิการและคุณปุ้ม ทีมบกของ BE มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
บทความนี้ ผมตั้งชื่อว่า “เปลี่ยน” ครับ
“Architecture or Revolution. Revolution can be avoided.”
Le Corbusier, Vers une Architecture, 1923
ถ้าสถาปนิกผู้ยิ่งใหญ่ชาวฝรั่งเศส Le Corbusier มีชีวิตอยู่ถึงสมัยนี้ เขาอาจจะต้องทบทวนคำพูดของเขาเสียใหม่ก็ได้
เพราะว่าเมื่อโลกหมุนมาพบความซับซ้อนในด้านต่างๆ วิทยาการในยุคโมเดิร์นอาจจะใช้ไม่ได้เสียแล้ว ทั้งทางสถาปัตยกรรม
การแพทย์ รวมถึงศาสตร์อื่นๆซึ่งมีพื้นฐานจากกระบวนความคิดแบบวิทยาศาสตร์เก่า และสำหรับปัญหาบางเรื่อง เรามีบทเรียนมากเพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงมัน
เมื่อตอนผมเป็นนักเรียนแพทย์ ทุกๆ วัน เวลาสี่โมงเย็นตอนเดินไปตรวจคนใข้ตามตึกต่างๆ ในรอบบ่าย ผมจะเห็นภาพคนไข้จำนวนมหาศาล นอนอยู่บนเตียงซึ่งบางตึกคนไข้ต้องนอนด้วยแปลสนามล้นออกมาจากอาคาร ญาติคนไข้ซึ่งมีสีหน้าซูบซีดพอๆกัน นอนอยู่บนพื้นตามโถงระเบียง กลิ่นน้ำยาเคมี เสียงเครื่องช่วยหายใจฟืดฟาด และอากาศร้อนอบอ้าวในยามบ่าย ย้อนกลับมาดูหน้าตาตัวเองและเพื่อนๆนักเรียนแพทย์ รุ่นพี่ อาจารย์แพทย์ ทุกคนล้วนเป็นทุกข์กับการรักษาพยาบาล
ครั้งหนึ่งอาจารย์อนุญาตให้คนไข้คนหนึ่งกลับบ้านได้ หลังจากนอนพักรักษาอยู่เป็นเวลานานหลายวัน ด้วยโรคซึ่งพบยากและท้าทายต่อการรักษา ด้วยกระบวนการรักษาย่งยากซับซ้อน ในที่สุดคนไข้ก็มีอาการทุเลาจนกลับบ้านได้ พวกเราดีใจกันมาก
แต่เมื่อสิ้นเสียงอาจารย์ ผมหันไปมองหน้าผู้ป่วย ในดวงตาของเขาไม่มีประกายความสุขหรือพึงใจต่อสิ่งใดๆเลย ผมจึงฉุกคิดว่ามันอาจจะมีอะไรผิดพลาดในระบบการรักษาของเรา จนในภายหลังผมเรียนรู้ว่า เมื่อเราเป็นหมอ ความสำคัญคือเราไม่ใช่รักษา”โรค” แต่เรารักษา”คน” และคำว่า “คน” มีนิยามกว้างไปกว่าปัจจัยทางชีวภาพนอกเหนือไปจากที่ผมเคยเรียนในวิชาภายวิภาคศาสตร์หรือสรีรวิทยา แต่นั่นรวมถึงศาสตร์ต่างๆที่มีในโลกนี้ ที่ทำการศึกษาเพื่อที่จะเข้าใจมนุษย์ (แน่นอน มีไว้เข้าใจตัวเราเองด้วย) ทั้งมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ ประวัติศาสตร์ รวมถึงสถาปัตยกรรมกรรมศาสตร์ด้วย เพราะนอกจากปัจจัยชีวภาพแล้ว ความเจ็ยป่วยของมนุษย์เรายังเกิดจากปัจจัยทางด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และมิติทางจิตวิญญาน
ในวันนั้น ผมเดินออกจากแถวราวน์วอร์ด และคิดในใจว่า ผมจะไม่อยู่ในระบบการรักษาซึ่งอมทุกข์แบบนี้ ไม่เอาตึกใหญ่ๆที่คนไข้เข้ามาแล้วรู้สึกตัวลีบลงเรื่อยๆ และต้องเดินจากจุดเอไปยังจุดบีแบบสายพานการผลิตในระบบอุตสหกรรม ที่ผู้ป่วยนอนพักย่อมไม่ควรเป็นอาคารคล้ายโกดังซึ่งบรรจุเตียงได้จำนวนร้อยหรือพัน แต่ควรมีลักษณะอบอุ่นเหมือนบ้าน เป็นที่ซึ่งอนุญาติให้เราเกิดแล้วมีผู้ย่าตายายมารับขวัญ เป็นที่ซึ่งอนุญาติให้ญาติจำนวนมากมาเยี่ยมและทำกับข้าวกินกัน อนุญาตแม้กระทั่งยอมรับการแพทย์พื้นบ้านหรือแม้แต่พ่อมดหมอผีมาสวดมนต์ให้กับผู้ป่วยหากว่านั่นเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยต้องการ และเป็นที่ที่ผู้ป่วยเสียชีวิตลงอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่เจ็บปวดทุกข์ทรมาน ใช้ลมหายใจสุดท้ายของชีวิตร่วมกับลูกๆหลานๆที่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา
“small is beautiful”
จากวันนั้นถึงวันนี้ ผมมีโอกาสทำงานในโรงพยาบาลที่มีขนาดเล็กที่สุดในประเทศไทย โรงพยาบาลของเราตั้งอยุ่บนเกาะกลางทะเลอันดามันในเขตจังหวัดพังงา มีคนอยู่ที่เกาะนี้หนึ่งหมืื่นคน เมื่อหกเจ็ดปีก่อนที่ผมมาอยู่ที่นี่ มันเคยเป็นสถานีอนามัยประจำตำบลมาก่อน ด้วยทรัพยากรอันจำกัด ชาวบ้านได้ช่วยกันก่อสร้างต่อเติมอาคารจนกลายมาเป็นโรงพยาบาล เทียบกับการสร้างโรงพยาบาลใหม่ราคาหลายเกือบร้อยล้านบาท กับเงินเพียงสองแสนบาทที่ชาวบ้านหามาช่วยสร้างโรงพยาบาลของพวกเขาเอง คงจะเพียบกันไม่ติด ยิ่งเทียบกับเงินไม่กี่หมื่นบาทที่ชาวบ้านช่วยกันปรับปรุงอาคารอายุสามสิบปีให้กลายเป็นเรือนพักผู้ป่วย รับคนไข้นอนที่โรงพยาบาลได้ห้าเตียง ระยะเวลาที่ผ่านมา เราร่วมกันเก็บเล็กผสมน้อย ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ขับเคลื่อนไปด้วยวิถีแห่งน้ำจิตน้ำใจซึ่งกอรปด้วยสิ่งเล็กๆทว่างดงาม และมันได้ย้อนกลับไปถึงวันที่ผมยังเป็นนักเรียนแพทย์ และมันทำให้ผมตั้งคำถามว่า “เราจะเปลี่ยนระบบการรักษาพยาบาลซึ่งอมทุกข์มาเป็นระบบแห่งความสุขในโรงพยาบาลเล็กๆ นี้ได้อย่างไร?”
“kohyao project – ทำโรงพยาบาลให้เป็นบ้าน”
ปลายฤดูฝน ผมได้กลิ่นฝนตกทุกๆวันที่เกาะยาว ฝนตกลงดินชุ่มน้ำ เมล็ดพันธ์แตกหน่อเติบโต บางอย่างก็กำลังเติบโตขึ้นเช่นกัน เรากำลังตอบคำถามจากโจทย์ข้างบนโดยใช้ความรู้ด้านมนุษยวิทยาทางการแพทย์ร่วมกับสถาปัตยกรรม ออกแบบระบบปฏิสัมพันธิ์ใหม่ๆที่จะเกิดขึ้นในโรงพยาบาล ไม่เพียงแต่ลักษณะของอาคาร เรายังออกแบบความสัมพันธ์ที่จะเอื้อให้ความสุขเกิดขึ้นในกระบวนการเยียวยา เปลียนจากสถานที่ที่อึดอัดและแข็งกระด้างมาเป็น “เรือนพัก” ที่เข้ากับวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณี ความเชื่อและมิติทางจิตวิญญาณ ถ้า Le Corbusier ได้มาเห็นชาวบ้านที่เกาะยาวนั่งประชุมออกแบบกับทีมสถาปนิกแล้ว เขาอาจบอกว่า “ด้วยสถาปัตยกรรม เรามาร่วมเปลี่ยนแปลงกันเถอะ”
Filed under: 1
facebook group
http://www.facebook.com/group.php?gid=153390039319
Filed under: ทั่วไป
วันที่ 9-12 ทีมนักออกแบบจากหลากหลายสถาบัน ลงมาสำรวจชุมชนเป็นครั้งแรก ขณะที่ชาวบ้านกำลังจัดงานการกุศลเพื่อ
หาทุนก่อสร้างอาคาร ที่เกาะยาวจึงเต็มไปด้วยความรื่นรมณ์และบรรยากาศแห่งการร่วมใจและเกื้อกูล
กิจกรรมที่พวกเราทำในครั้งนี้อย่างคร่าวๆเห็นจะเป็นการพูดคุยกับชุมชนเป็นส่วนใหญ่ การรับฟังความคิดเห็นและภาพในใจของชาวชุมชนในขณะที่กิจกรรมภาคสนามได้แก่การวัดพื้นที่ต่างๆ การทำ existing plan และการออกไปสำรวจชุมชน
(รายละเอียดต่างๆนั้น จะนำมาลงไว้ที่นี่อีกครั้งครับ )






ขอบคุณภาพจากเมฆ สายะเสวีครับ
นี่คือภาพจากการพบปะพูดคุยกันเป็นครั้งแรก ระหว่างผู้ที่ให้ความสนใจในโครงการออกแบบ
โดยการประสานงานของพี่นัด ชวณัฐ ล้วนเส้ง แห่ง openspace.org อาจารย์กอล์ฟ เกรียงไกร เกิดศิริ คณะสถาปัตย์ ศิลปากร พี่หนุ่ย และอีกหลายๆคนครับ
การประชุมครั้งนี้ จัดที่ ห้องบรรยายชั้น4 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
มีผู้เข้าร่วมประชุมจากหลากหลายสถาบัน อาทิ นักศึกษาจากศิลปากรเอง จากบางมด ลาดกระบัง และธรรมศาสตร์ อาศรมศิลป์ น้องๆจากบริษัทของพี่หนุ่ย รวมทั้งอาจารย์อนุสรณ์ ติปยานนท์ และสื่อที่ร่วมเป็นpartner ของโครงการจาก aday และ ฺBE magazine
มีผู้ร่วมมากมายผม (นพ.มารุต)ค่อนข้างตื่นเต้นนะครับ ในการนำเสนอช่วงแรกๆ ดีที่มีพี่นัด (ชวณัฐ) อาจารย์กอล์ฟ (เกรียงไกร) อาจารย์ต้น (อนุสรณ์) และอาจารย์กรินทร์ มาช่วยขับเคลื่อนเวที
ที่ประชุมสรุปกันว่าจะนำทีมที่จะประสานงานกันในภายหลัง ลงไปสำรวจพูดคุยกับชาวบ้าน เพื่อหาโปรแกรมการออกแบบต่างๆ นัดหมายกันในเดือนธันวาคม 2552 โดยในเบื้องต้น ทีมจะลงไปเยี่ยมชุมชนในวันที่ 9-10 ตุลาคม นี้ก่อน เพื่อไปร่วมงานการกุศลที่จัดขึ้นโดยชาวชุมชนครับ


ช















































































































































