Kohyaoproject's Blog


เปลี่ยน
ธันวาคม 10, 2009, 8:02 am
Filed under: 1

หมายเหตุ นิตยสารสื่อสังคมอย่าง BE magazine  ได้ชวนผม (มารุต) ให้เขียนบทความแนะนำโครงการออกแบบที่เกาะยาว เพื่อประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ให้การสนับสนุนต่างๆ  ขอขอบคุณ บรรณาธิการและคุณปุ้ม ทีมบกของ BE มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ 

บทความนี้ ผมตั้งชื่อว่า “เปลี่ยน” ครับ

“Architecture or Revolution. Revolution can be avoided.” 
Le Corbusier, Vers une Architecture, 1923

ถ้าสถาปนิกผู้ยิ่งใหญ่ชาวฝรั่งเศส Le Corbusier มีชีวิตอยู่ถึงสมัยนี้ เขาอาจจะต้องทบทวนคำพูดของเขาเสียใหม่ก็ได้ 

เพราะว่าเมื่อโลกหมุนมาพบความซับซ้อนในด้านต่างๆ วิทยาการในยุคโมเดิร์นอาจจะใช้ไม่ได้เสียแล้ว ทั้งทางสถาปัตยกรรม 

การแพทย์ รวมถึงศาสตร์อื่นๆซึ่งมีพื้นฐานจากกระบวนความคิดแบบวิทยาศาสตร์เก่า  และสำหรับปัญหาบางเรื่อง เรามีบทเรียนมากเพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงมัน 

เมื่อตอนผมเป็นนักเรียนแพทย์ ทุกๆ วัน เวลาสี่โมงเย็นตอนเดินไปตรวจคนใข้ตามตึกต่างๆ ในรอบบ่าย ผมจะเห็นภาพคนไข้จำนวนมหาศาล นอนอยู่บนเตียงซึ่งบางตึกคนไข้ต้องนอนด้วยแปลสนามล้นออกมาจากอาคาร ญาติคนไข้ซึ่งมีสีหน้าซูบซีดพอๆกัน นอนอยู่บนพื้นตามโถงระเบียง  กลิ่นน้ำยาเคมี เสียงเครื่องช่วยหายใจฟืดฟาด และอากาศร้อนอบอ้าวในยามบ่าย ย้อนกลับมาดูหน้าตาตัวเองและเพื่อนๆนักเรียนแพทย์ รุ่นพี่ อาจารย์แพทย์ ทุกคนล้วนเป็นทุกข์กับการรักษาพยาบาล  

ครั้งหนึ่งอาจารย์อนุญาตให้คนไข้คนหนึ่งกลับบ้านได้ หลังจากนอนพักรักษาอยู่เป็นเวลานานหลายวัน ด้วยโรคซึ่งพบยากและท้าทายต่อการรักษา  ด้วยกระบวนการรักษาย่งยากซับซ้อน ในที่สุดคนไข้ก็มีอาการทุเลาจนกลับบ้านได้ พวกเราดีใจกันมาก 

แต่เมื่อสิ้นเสียงอาจารย์ ผมหันไปมองหน้าผู้ป่วย ในดวงตาของเขาไม่มีประกายความสุขหรือพึงใจต่อสิ่งใดๆเลย ผมจึงฉุกคิดว่ามันอาจจะมีอะไรผิดพลาดในระบบการรักษาของเรา  จนในภายหลังผมเรียนรู้ว่า เมื่อเราเป็นหมอ ความสำคัญคือเราไม่ใช่รักษา”โรค” แต่เรารักษา”คน” และคำว่า “คน” มีนิยามกว้างไปกว่าปัจจัยทางชีวภาพนอกเหนือไปจากที่ผมเคยเรียนในวิชาภายวิภาคศาสตร์หรือสรีรวิทยา แต่นั่นรวมถึงศาสตร์ต่างๆที่มีในโลกนี้ ที่ทำการศึกษาเพื่อที่จะเข้าใจมนุษย์ (แน่นอน มีไว้เข้าใจตัวเราเองด้วย) ทั้งมนุษยศาสตร์  สังคมศาสตร์ ประวัติศาสตร์ รวมถึงสถาปัตยกรรมกรรมศาสตร์ด้วย เพราะนอกจากปัจจัยชีวภาพแล้ว ความเจ็ยป่วยของมนุษย์เรายังเกิดจากปัจจัยทางด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และมิติทางจิตวิญญาน

ในวันนั้น ผมเดินออกจากแถวราวน์วอร์ด และคิดในใจว่า ผมจะไม่อยู่ในระบบการรักษาซึ่งอมทุกข์แบบนี้  ไม่เอาตึกใหญ่ๆที่คนไข้เข้ามาแล้วรู้สึกตัวลีบลงเรื่อยๆ และต้องเดินจากจุดเอไปยังจุดบีแบบสายพานการผลิตในระบบอุตสหกรรม  ที่ผู้ป่วยนอนพักย่อมไม่ควรเป็นอาคารคล้ายโกดังซึ่งบรรจุเตียงได้จำนวนร้อยหรือพัน แต่ควรมีลักษณะอบอุ่นเหมือนบ้าน  เป็นที่ซึ่งอนุญาติให้เราเกิดแล้วมีผู้ย่าตายายมารับขวัญ  เป็นที่ซึ่งอนุญาติให้ญาติจำนวนมากมาเยี่ยมและทำกับข้าวกินกัน อนุญาตแม้กระทั่งยอมรับการแพทย์พื้นบ้านหรือแม้แต่พ่อมดหมอผีมาสวดมนต์ให้กับผู้ป่วยหากว่านั่นเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยต้องการ  และเป็นที่ที่ผู้ป่วยเสียชีวิตลงอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่เจ็บปวดทุกข์ทรมาน ใช้ลมหายใจสุดท้ายของชีวิตร่วมกับลูกๆหลานๆที่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา

“small is beautiful”

จากวันนั้นถึงวันนี้  ผมมีโอกาสทำงานในโรงพยาบาลที่มีขนาดเล็กที่สุดในประเทศไทย  โรงพยาบาลของเราตั้งอยุ่บนเกาะกลางทะเลอันดามันในเขตจังหวัดพังงา มีคนอยู่ที่เกาะนี้หนึ่งหมืื่นคน เมื่อหกเจ็ดปีก่อนที่ผมมาอยู่ที่นี่ มันเคยเป็นสถานีอนามัยประจำตำบลมาก่อน ด้วยทรัพยากรอันจำกัด ชาวบ้านได้ช่วยกันก่อสร้างต่อเติมอาคารจนกลายมาเป็นโรงพยาบาล เทียบกับการสร้างโรงพยาบาลใหม่ราคาหลายเกือบร้อยล้านบาท กับเงินเพียงสองแสนบาทที่ชาวบ้านหามาช่วยสร้างโรงพยาบาลของพวกเขาเอง คงจะเพียบกันไม่ติด ยิ่งเทียบกับเงินไม่กี่หมื่นบาทที่ชาวบ้านช่วยกันปรับปรุงอาคารอายุสามสิบปีให้กลายเป็นเรือนพักผู้ป่วย รับคนไข้นอนที่โรงพยาบาลได้ห้าเตียง  ระยะเวลาที่ผ่านมา เราร่วมกันเก็บเล็กผสมน้อย ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ขับเคลื่อนไปด้วยวิถีแห่งน้ำจิตน้ำใจซึ่งกอรปด้วยสิ่งเล็กๆทว่างดงาม  และมันได้ย้อนกลับไปถึงวันที่ผมยังเป็นนักเรียนแพทย์ และมันทำให้ผมตั้งคำถามว่า “เราจะเปลี่ยนระบบการรักษาพยาบาลซึ่งอมทุกข์มาเป็นระบบแห่งความสุขในโรงพยาบาลเล็กๆ นี้ได้อย่างไร?”

“kohyao project – ทำโรงพยาบาลให้เป็นบ้าน”

ปลายฤดูฝน ผมได้กลิ่นฝนตกทุกๆวันที่เกาะยาว  ฝนตกลงดินชุ่มน้ำ เมล็ดพันธ์แตกหน่อเติบโต บางอย่างก็กำลังเติบโตขึ้นเช่นกัน  เรากำลังตอบคำถามจากโจทย์ข้างบนโดยใช้ความรู้ด้านมนุษยวิทยาทางการแพทย์ร่วมกับสถาปัตยกรรม  ออกแบบระบบปฏิสัมพันธิ์ใหม่ๆที่จะเกิดขึ้นในโรงพยาบาล ไม่เพียงแต่ลักษณะของอาคาร เรายังออกแบบความสัมพันธ์ที่จะเอื้อให้ความสุขเกิดขึ้นในกระบวนการเยียวยา  เปลียนจากสถานที่ที่อึดอัดและแข็งกระด้างมาเป็น “เรือนพัก” ที่เข้ากับวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณี ความเชื่อและมิติทางจิตวิญญาณ ถ้า Le Corbusier ได้มาเห็นชาวบ้านที่เกาะยาวนั่งประชุมออกแบบกับทีมสถาปนิกแล้ว เขาอาจบอกว่า “ด้วยสถาปัตยกรรม เรามาร่วมเปลี่ยนแปลงกันเถอะ”

Advertisements

ให้ความเห็น so far
ใส่ความเห็น



ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s



%d bloggers like this: